| เยียวยา….แผลกระเพาะอาหาร |
| วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม 2555 เวลา 22:00 น. |
|
โรคแผลในกระเพาะอาหาร คือ แผลที่เกิดบนเยื่อบุกระเพาะอาหาร (Gastric ulcer) หรือ แผลที่เกิดบนเยื่อบุลำไส้เล็ก(Duodenal ulcer) สาเหตุ 1. เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย H.pylori เชื้อ H.pylori สร้าง Urease enzyme ซึ่งจะเปลี่ยนเป็น urea เป็น Ammonia และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดย Ammonia จะไปทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร 2. เกิดจากการรับประทานยาที่ระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะอาหาร เช่น ยาแก้ปวดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ( NSAIDs ) ผู้ป่วยที่รับประทานยา NSAIDs เช่น Diclofenac, Mefenamic เป็นต้น ยาเหล่านี้จะไปลด prostaglandin ซึ่งเป็นสารป้องกันเยื่อบุกระเพาะอาหาร ปัจจัยเสี่ยงของยา NSAIDs ที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร:
3. ความเครียด 4. สูบบุหรี่, ดื่มเหล้า อาการ ปวดท้องเป็นๆ หายๆ แสบบริเวณกลางยอดอกหรือใต้ลิ้นปี่ (Heart burn) เวลาปวดสัมพันธ์กับมื้ออาหาร แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1. แผลที่เกิดบนเยื่อบุกระเพาะอาหาร (Gastric ulcer) : อาการปวดไม่จำเพาะเจาะจง และอาจปวดทางด้านซ้ายของท้อง อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย ปวดหลังอาหารประมาณ 30 นาที - 1 ชั่วโมง มักปวดหลังจากรับประทานอาหารแล้ว 2. แผลที่เกิดบนเยื่อบุลำไส้เล็ก (Duodenal ulcer) : ปวดบริเวณกึ่งกลางลิ้นปี่ ปวดร้าวไปที่หลังหรือไหล่ เป็นหลังอาหารประมาณ 1-3 ชั่วโมง หรือตอนกลางคืน อาการปวดมักจะดีขึ้นหลังรับประทานอาหาร ดื่มนม ยาลดกรด หรืออาเจียน อาการแทรกซ้อน มีเลือดออกในทางเดินอาหาร, อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายอุจจาระดำ, กระเพาะหรือลำไส้ตีบตัน, ปวดท้องรุนแรงหรืออาเจียนรุนแรง ผู้ที่เป็นแผลที่กระเพาะอาหารเรื้อรังจากเชื้อ H.pylori อาจมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้ การรักษา ก. การรักษาโดยไม่ใช้ยา
ข. การรักษาโดยการใช้ยา 1. กลุ่มยาลดกรด , เคลือบแผล เช่น 1.1 Antacids : มีจำหน่ายหลากหลายยี่ห้อ เช่น Antacid gel, Alum milk , Bowa gel , Alugel เป็นต้น ยาในกลุ่มนี้ ช่วยสะเทินกรดในกระเพาะอาหาร 1.2 H2 Blocker : เช่น Cimetidine, Ranitidine, Femotidine เป็นต้น ยาในกลุ่มนี้จะไปยับยั้ง Histamine-2 receptor ทำให้ลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร 1.3 Proton Pump Inhibitor (PPIs) เช่น Omeprazole, lansoprazole, Rabeprazole, Pantoprazole, Esomeprazole ยับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร โดยจะต้องรับประทานก่อนอาหาร 30 นาที อาการข้างเคียงที่สำคัญ : คือ ปวดศีรษะ, คลื่นไส้อาเจียน, ปวดท้อง, ท้องเสีย 1.4 Cytoprotectives 1.4.1 Misoprostol ยับยั้งการหลั่งกรดและเพิ่มการสร้างเยื่อบุกระเพาะอาหาร ห้ามใช้หญิงตั้งครรภ์ อาการข้างเคียงที่สำคัญ คือ คลื่นไส้อาเจียน, ปวดท้อง, ท้องเสีย 1.4.2 Sucrafate ช่วยเคลือบเยื่อบุกระเพาะอาหาร จึงป้องกันการทำลายจากกรดในกระเพาะอาหาร โดยยานี้จะดูดซึมดีในสภาวะเป็นกรด ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกับยากลุ่ม H2 Blocker หรือ Antacid อาการข้างเคียงที่สำคัญ คือ ท้องผูก คลื่นไส้อาเจียน 2.ยาที่ใช้กำจัดเชื้อ H.pylori
สูตรยาหลักที่ใช้ในการกำจัดเชื้อ H.pylori : PPIs + Claritromycin (500mg วันละ 2 ครั้ง) + Amoxycillin(1 g วันละ 2 ครั้ง)
สูตรที่ใช้กรณีที่ใช้สูตรหลักไม่ได้ : PPIs + Bismuth (525mg วันละ 4 ครั้ง) + Metronidazole (250-500 g วันละ 4 ครั้ง) + Tetramycin(500 mg วันละ 4 ครั้ง) หมายเหตุ: 1. ระยะเวลาการรักษาควรให้ยานาน 14 วัน 2. หากไม่ใช้ยา Tetracycline สามารถใช้ยา Amoxycillin 500 mg วันละ 2 ครั้ง หรือ Claritromycin 250-500mg วันละ 4 ครั้ง แทนได้ 3. สมุนไพรที่ใช้รักษาแผลในกระเพาะ ได้แก่ เปล้าน้อย, ขมิ้นชัน, กล้วยน้ำว้า ข้อมูลจากฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์ |






