| ยารักษาต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia) |
| วันอาทิตย์ที่ 06 พฤษภาคม 2555 เวลา 21:00 น. |
|
ต่อมลูกหมาก (prostate gland) เป็นอวัยวะส่วนหนี่งของระบบสืบพันธุ์ชาย เป็นโรงงานผลิตน้ำอสุจิ สร้างสารเมือก นำส่งและหล่อเลี้ยงเชื้ออสุจิ รูปร่างคล้ายลูกหมากหรือลูกเกาลัด มีขนาดเท่าผลลิ้นจี่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 ซม. น้ำหนักประมาณ 20 กรัม อยู่ติดกับส่วนล่างของกระเพาะปัสสาวะโดยมีท่อปัสสาวะส่วนต้นผ่านกลางต่อมลูกหมาก จึงทำให้ต่อมลูกหมากอยู่รอบท่อทางเดินปัสสาวะ โรคต่อมลูกหมากโต (Benign prostatic hyperplasia, BPH) พบบ่อยในเพศชายสูงอายุ เกิดจากต่อมลูกหมากมีขนาดโตขึ้นตามอายุ จากเซลล์ที่แบ่งตัวมากขึ้น ระยะแรกจะยังไม่ทำให้เกิดอาการ จนกระทั่งโตขึ้นไปกดท่อทางเดินปัสสาวะส่วนต้น ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะลำบาก ถ้ายังไม่รักษา ก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ จนกดเบียดท่อทางเดินปัสสาวะอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ปัสสาวะระบายออกจากกระเพาะปัสสาวะไม่ได้ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา อาการ : มีความผิดปกติในการกักเก็บและถ่ายปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะบ่อยครั้ง ลุกขึ้นถ่ายกลางดึกบ่อยๆ ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ ถ่ายแต่ละครั้งออกได้ทีละน้อย รู้สึกปัสสาวะพุ่งไม่แรงจนต้องออกแรงเบ่ง บางคนอาจรู้สึกปัสสาวะไม่สุด หรือรุนแรงถ่ายออกเป็นเลือด อาจมีอาการขัดเบาจากกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และบางคนรุนแรงมากจนถ่ายปัสสาวะไม่ออกเลยเนื่องจากท่อปัสสาวะถูกต่อมลูกหมากเบียดจนกดอุดตันนั่นเอง ภาวะแทรกซ้อน : เกิดจากการที่ต่อมลูกหมากโตมากจนปิดกั้นทางออกของกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะคั่งอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา ประกอบด้ว
สาเหตุ : ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของโรคต่อมลูกหมากโต แต่เชื่อว่าเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศชายในต่อมลูกหมากเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น คือ จะมีความเข้มข้นของฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนในต่อมลูกหมากมากขึ้น จึงกระตุ้นให้เซลล์ในต่อมลูกหมากแบ่งตัวมากขึ้น (hyperplasia) ส่งผลให้ต่อมลูกหมากมีขนาดโตขึ้น การรักษาด้วยยา ปัจจุบันมียา 2 กลุ่มใหญ่ๆ ที่ใช้ในการรักษา คือ 1.กลุ่มยาคลายกล้ามเนื้อเรียบของต่อมลูกหมาก ลดการบีบตัวของต่อมลูกหมาก ได้แก่ ยาประเภท Alpha blocker จัดเป็นยาลำดับแรกๆที่ใช้รักษาผู้ป่วย เนื่องจากต่อมลูกหมากและทางออกของกระเพาะปัสสาวะมีกล้ามเนื้อเรียบแทรกอยู่ และถ้ากล้ามเนื้อส่วนนี้เกิดการหดตัวขึ้นมาก็จะทำให้ปัสสาวะออกลำบาก การใช้ยาคลายกล้ามเนื้อโดยทำให้การบีบตัวของต่อมลูกหมากลดลงไปเป็นผลให้การถ่ายปัสสาวะสะดวกขึ้นหรือดีขึ้น ยากลุ่มนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยดีขึ้นเร็วในช่วง 6 เดือนแรก สามารถแบ่งยาได้เป็น 2 ประเภท คือ ประเภทที่ลดการบีบตัวของต่อมลูกหมาก และยังลดการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดขยายตัว มีผลลดความดันโลหิตลงได้ด้วย แต่จะไม่มีผลในผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตปกติ ได้แก่ ยา prazosin, doxazosin และ terazosin ประเภทที่ลดการบีบตัวของต่อมลูกหมากอย่างเดียวโดยไม่มีผลต่อความดันโลหิต ได้แก่ยา alfuzosin และ tamsulosin ยาทั้งสองประเภทมีระยะเวลาในการออกฤทธิ์นาน ส่วนใหญ่ให้รับประทานเพียงวันละ 1 ครั้ง ข้อควรระวัง : อาจเกิดอาการหน้ามืดเวลาลุกขึ้นในตอนเช้า เวียนศีรษะ ซึ่งพบในระยะแรกของการรักษา สำหรับยาประเภทที่ลด การบีบตัวของต่อมลูกหมากอย่างเดียว อาจมีอาการข้างเคียงอื่นร่วมด้วยเช่น การหลั่งของน้ำเชื้ออสุจิผิดปกติได้ 2. กลุ่มยาปรับความสมดุลของฮอร์โมนเพศ ยากลุ่ม 5α-reductase inhibitors : ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ตัวหนึ่งที่ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพศชาย ทำให้มีความเข้มข้นของฮอร์โมนเพศชายในต่อมลูกหมากลดลง ต่อมลูกหมากจึงมีขนาดเล็กลง เหมาะกับผู้ป่วยที่มีต่อมลูกหมากขนาดใหญ่ โดยจะเห็นผลหลังรักษาไปแล้ว 6-12 เดือน ซึ่งใช้เวลานานกว่ายากลุ่ม Alpha blockers ในระยะยาวขนาดของต่อมลูกหมากจะไม่ลดลงอีก แต่จะช่วยลดโอกาสการเกิดปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลันได้ ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ คือ finasteride และ dutasteride
กรณีที่ผู้ป่วยมีอาการค่อนข้างมาก สามรถใช้ยากลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 ร่วมกันได้ เนื่องจากยาทั้งสองกลุ่มนี้มีกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน จึงทำให้ผลการรักษาดีกว่าการใช้ยาตัวใดตัวหนึ่ง โดยประโยชน์ระยะยาวจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ถ่ายปัสสาวะไม่ออก หรือถ่ายเป็นเลือดได้
ข้อมูลจากฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์ |






